THAI KHON MASK - หัวโขนไทย
Khon is a traditional most sophisticated form of Thai masked drama which combines gracefulness with masculinity in its dancing and singing. It is believed to have been performed since the Ayutthaya Period (1350-1767). Most khon performances feature episodes from the Ramakien, the Thai version of an Indian epic Ramayana. The Khon roles are male humans, female humans, monkeys and demons. The latter two are dominant ones. Traditionally, all its performers wore masks and all the speaking and singing were done by the reciters and the singers sitting at one side of the stage with the Thai orchestra.
โขน เป็นมหรสพชั้นสูงที่ใช้แสดงในงานสำคัญๆ มาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา ซึ่งเชื่อกันว่ามีมาตั้งแต่โบราณ ก่อนพุทธศตวรรษที่ ๑๖ เรื่องที่นิยมใช้สำหรับเล่นโขน คือ "รามเกียรติ์" หรือ "รามายณะ" ซึ่งแต่งโดยพระฤาษีวาลมิกิ ชาวอินเดีย เมื่อหลายพันปีก่อน ปัจจุบัน เรื่องรามายณะมีอยู่หลายสำนวนด้วยกัน ทั้งไทย ชวา เขมร และอินเดีย ในการแสดงโขน ผู้แสดงจะสวมใส่ "หัวโขน" ปิดหน้า ยกเว้นเทวดา มนุษย์ มเหสี และธิดาพระยายักษ์ ดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดงโขนคือวงปี่พาทย์ มีต้นเสียงและลูกคู่ร้องบทให้ และมีคนพากย์
Photo: Khon Dance in Germany 2006
The stories played in Khon presentations are invariably those of "Rama", a reincarnation of the Hindu god Vishnu who is the hero in the Hindu epic Ramayana and its Thai version Ramakian. A greater part of the epic is concerned with the protracted war between Rama the righteous king and Thotsakan the king of demons, which is touched off by the abduction of Rama's beloved consort by the Demon King. The drama is therefore full of love, magic and war scenes.
รามเกียรติ์หรือรามายณะ เป็นเรื่องราวของพระนารายณ์ที่อวตารปางหนึ่งเป็น "พระราม" เพื่อคอยปราบอสูรที่คอยเบียดเบียนเหล่าเทวดาและมนุษย์ให้ได้รับความเดือดร้อนอยู่เสมอ สงครามระหว่างพระรามกับทศกัณฐ์ ซึ่งเป็นพญายักษ์ครองกรุงลงกา เกิดจากทศกัณฐ์ได้ไปลักพานางสีดา มเหสีของพระราม มาเพื่อเป็นชายาของตนเอง พระรามและพระอนุชาคือ "พระลักษมณ์" จึงได้ออกติดตาม จนกระทั่งได้สองพญาวานร คือ พญาสุครีพ เจ้าเมืองขีดขิน และ ท้าวมหาชมพู เจ้าเมืองชมพูมาเป็นบริวาร โดยมีหนุมานเป็นทหารเอก กองทัพของพระรามจึงจองถนนข้ามทะเลไปสร้างพลับพลา และตั้งค่ายประชิดกรุงลงกาเพื่อทำศึกกับทศกัณฐ์ จนกระทั่งฝ่ายพระรามได้รับชัยชนะ

The arts of Thai Khon Masks are appealing. However, with less Khon performances, it has become much less Khon mask production in Thailand. AMERICANTHAI.NET, therefore, wish to present a wonderful collection of Thai Khon Masks.
การประดิษฐ์หัวโขนนั้นเป็นงานศิลปะที่งดงามล้ำค่า แต่ในปัจจุบันศิลปกรรมการทำหัวโขนได้เริ่มลดลงและเลือนหายไป ด้วยสาเหตุของการสืบทอดศิลปะการแสดงโขนที่ลดลงไปตามกาลเวลา AMERICANTHAI.NET จึงเล็งเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์ รวบรวมภาพและเรื่องราวของหัวโขน เพื่อการเผยแพร่
We wish to thank Kalavit Chuntamongkol who has raised our awareness of Thai arts (http://kalavit.multiply.com/photos/album/28/Thai_Art) and allows AMERICANTHAI.NET to use his Thai Khon masks photos for promotion.
ขอขอบคุณ คุณกัลลวิทย์ จันทมงคล ผู้จุดประกายความสนใจในเรื่องหัวโขนไทยและได้มอบลิขสิทธิ์รูปภาพ (http://kalavit.multiply.com/photos/album/28/Thai_Art) ให้กับ AMERICANTHAI.NET เพื่อใช้ในการเผยแพร่
Thai Mask Dance : Khon by tanee-narak
ท้าวทศรถ Thao Tossarod พระพรต Phra Pot

พระราม พระลักษมณ์ พระสัตรุด
Phra Ram Phra Lakshmana Phra Satrut
พระอินทร์ Phra In พระปัญจสิงขร Phra Panjasingkorn

ชมพูพาน Chompoopan องคต Aong-Kot
จักรวรรดิ์ Chakawat ทูษณ์ toot
ปโรต Paroat มังกรกัณฐ์ Mangkornkan
หนุมาน (Hanuman) พญาวานร เป็นลิงเผือก (กายสีขาว) สีขาวผ่อง มีลักษณะพิเศษ คือ มีกุณฑลขนเพชรและเขี้ยวแก้ว สามารถแผลงฤทธิ์เป็นสี่หน้าแปดมือ หาวเป็นดาวเป็นเดือน ใช้ตรีเพชร(สามง่าม) เป็นอาวุธประจำตัว มีความเก่งกล้ามาก สามารถแปลงกายหายตัวได้ ทั้งยังอยู่ยงคงกระพัน แม้ถูกอาวุธของศัตรูจนตาย เมื่อมีลมพัดมาก็จะฟื้นคืนได้อีก หนุมานได้ถวายตัวเป็นทหารเอกของพระราม ช่วยทำการรบสู้กับพวกยักษ์จนสิ้นสงคราม เมื่อเสร็จศึกกรุงลงกาได้เป็นพญาอนุชิตจักรกฤษณพิพรรธพงศา
หนุมานเป็นโอรสของพระพายกับนางสวาหะ เมื่อนางสวาหะถูกมารดาสาปให้ไปยืนตีนเดียวเหนี่ยวกินลม พระอิศวรได้บัญชาให้พระพายนำเทพอาวุธของพระองค์ไปซัดเข้าปากของนาง นางจึงตั้งครรภ์และคลอดบุตรเป็นลิงเผือกเหาะออกมาจากปาก ชื่อว่า หนุมาน
มัจฉานุ (Muschanu) เป็นบุตรของหนุมานกับนางสุพรรณมัจฉา จึงมีร่างกายเป็นลิงเผือกเช่นเดียวกับหนุมาน แต่มีหางเป็นปลา เมื่อนางสุพรรณมัจฉาคลอดมัจฉานุออกมาแล้ว ก็กลัวทศกัณฐ์จะรู้ จึงนำมัจฉานุไปทิ้งที่ชายหาด มัยราพณ์ซึ่งเป็นญาติกับทศกัณฐ์มาพบเข้ามีความสงสารได้นำไปเลี้ยงไว้เป็นบุตรบุญธรรม ต่อมามัยราพณ์ลักพาตัวพระรามมาไว้ที่เมืองบาดาล หนุมานติดตามมาช่วย ได้พบกับมัจฉานุจึงต่อสู้กัน แต่ไม่สามารถเอาชนะกันได้ จนกระทั่งได้รู้ว่าเป็นพ่อลูกกัน
ทศกัณฐ์ (Thotsakan) คือยักษ์นนทุก กลับชาติมาเกิด เพื่อรบกับพระนารายณ์ซึ่งอวตารมาเกิดเป็นมนุษย์ธรรมดา ทศกัณฐ์ เป็นกษัตริย์แห่งกรุงลงกา ร่างกายเป็นยักษ์ มี 10 หน้า 20 มือ มีสีกายเป็นสีเขียว ไม่มีใครฆ่าให้ตายได้ เพราะถอดดวงใจใส่กล่องฝากไว้กับพระฤๅษีโคบุตรผู้เป็นอาจารย์ ทศกัณฐ์มีนิสัยเจ้าชู้ มีชายาและนางสนมมากมาย แต่ถึงกระนั้น เมื่อรู้ว่านางสีดาเป็นหญิงที่มีความงดงามมาก แม้นางจะมีพระสวามีอยู่แล้ว ก็ยังลักพาตัวไป จึงเป็นสาเหตุให้ต้องทำศึกกับพระราม จนญาติมิตรล้มตายไปเป็นจำนวนมาก และในที่สุดตนเองก็ถูกพระรามฆ่าตาย
สุครีพ (Sukhrip) พญาวานร สีแดง มีศักดิ์เป็นน้าของหนุมาน โอรสพระอินทร์กับนางกาลอัจนา เป็นอุปราชกรุงขีดขิน ถวายตัวรับใช้พระรามในสงคราม โดยมาเป็นผู้จัดทัพสำหรับออกรบ เมื่อเสร็จศึกลงกาได้สมญาศักดิ์เป็นพญาไวยวงศามหาสุรเดช ครองกรุงขีดขินกับนางภาราวดีมเหสี
อากาศตะไล (Agat-Talai) อสูรีย์สีแดงเสน นายกองตระเวณเสื้อเมือง เฝ้ากรุงลงกา เห็นหนุมานเหาะมาจะเข้ากรุงเพื่อถวายแหวนแก่นางสีดา จึงออกรบสกัด

http://americanthai.net/khon.aspx
